Blog
คาโป้คืออะไร? วิธีใช้คาโป้เปลี่ยนคีย์ให้เล่นง่าย ร้องสบาย สำหรับกีตาร์และอูคูเลเล่
ถ้าคุณเคยเปิดคอร์ดเพลงแล้วเจอคำว่า "Capo 3" หรือ "คาโป้ช่อง 2" แล้วสงสัยว่ามันคืออะไร บทความนี้จะพาไปรู้จัก "คาโป้" (Capo) อุปกรณ์ชิ้นเล็กที่ช่วยให้มือใหม่เล่นเพลงได้ง่ายขึ้นมาก และช่วยให้มือเก๋าเปลี่ยนคีย์ให้เข้ากับเสียงร้องได้ภายในไม่กี่วินาที ทั้งบนกีตาร์และอูคูเลเล่
คาโป้คืออะไร ทำงานอย่างไร
คาโป้คืออุปกรณ์หนีบคอกีตาร์ ทำหน้าที่เหมือนนิ้วชี้ที่กดทาบ (บาร์เร่) ทุกสายไว้ที่ช่องใดช่องหนึ่ง เมื่อหนีบคาโป้ที่ช่องไหน ช่องนั้นจะกลายเป็น "นัท" ใหม่ ทำให้เสียงของทุกสายสูงขึ้นทีละครึ่งเสียงต่อหนึ่งช่อง ผลคือเราสามารถจับคอร์ดรูปเดิมที่คุ้นมือ แต่ได้เสียงในคีย์ที่สูงขึ้น
ตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าหนีบคาโป้ช่อง 2 แล้วจับคอร์ด G เสียงที่ออกมาจริงจะเป็นคอร์ด A เพราะสูงขึ้นสองครึ่งเสียง (หนึ่งเสียงเต็ม)
ทำไมต้องใช้คาโป้
- หลีกเลี่ยงคอร์ดทาบ เพลงในคีย์ F, Bb หรือ Eb มักมีคอร์ดทาบเยอะ คาโป้ช่วยให้เล่นด้วยคอร์ดเปิดอย่าง C, G, D ได้แทน
- ปรับคีย์ให้เข้ากับเสียงร้อง ถ้าร้องแล้วต่ำเกินไป ลองเลื่อนคาโป้ขึ้นทีละช่องจนได้ระดับที่สบายคอ
- ได้โทนเสียงที่สดใสขึ้น คอร์ดเปิดที่เล่นในตำแหน่งสูงจะให้เสียงกรุ๊งกริ๊ง สว่าง เหมาะกับเพลงอะคูสติกและเพลงป๊อป
- เล่นตามต้นฉบับได้ตรงขึ้น ศิลปินหลายคนใช้คาโป้ในการบันทึกเสียงจริง การหนีบช่องเดียวกันจะทำให้เสียงใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด
ตารางคิดคอร์ดเมื่อใช้คาโป้
หลักการคือ นับขึ้นไปครึ่งเสียงตามจำนวนช่องที่หนีบ ลำดับครึ่งเสียงคือ C, C#, D, D#, E, F, F#, G, G#, A, A#, B แล้ววนกลับมาที่ C
- คาโป้ช่อง 1: รูป C ได้เสียง C#, รูป G ได้เสียง G#, รูป Am ได้เสียง A#m
- คาโป้ช่อง 2: รูป C ได้เสียง D, รูป G ได้เสียง A, รูป Em ได้เสียง F#m
- คาโป้ช่อง 3: รูป C ได้เสียง D#, รูป G ได้เสียง A#, รูป D ได้เสียง F
- คาโป้ช่อง 5: รูป C ได้เสียง F, รูป G ได้เสียง C, รูป Am ได้เสียง Dm
ถ้าอยากทำกลับกัน คือมีคอร์ดเพลงคีย์ยาก แล้วอยากหาว่าควรหนีบช่องไหน ให้นับถอยลงจากคอร์ดจริงไปหารูปคอร์ดที่เล่นง่าย เช่น เพลงคีย์ Bb ถ้านับถอยลง 3 ครึ่งเสียงจะได้ G ดังนั้นหนีบคาโป้ช่อง 3 แล้วเล่นด้วยรูปคอร์ดคีย์ G ได้เลย
วิธีหนีบคาโป้ให้เสียงไม่บอด ไม่เพี้ยน
- วางคาโป้ใกล้เฟร็ตด้านหน้า (ฝั่งตัวกีตาร์) ของช่องนั้น ไม่ใช่กลางช่อง จะช่วยลดเสียงซ่าและเสียงเพี้ยน
- ให้แท่งคาโป้ขนานกับเฟร็ต ไม่เอียง
- หนีบแน่นพอให้ทุกสายดังชัด แต่ไม่แน่นจนสายถูกดึงลงมากจนเสียงสูงเกิน
- หลังหนีบ ให้ดีดเช็กทีละสาย และจูนเสียงซ้ำอีกครั้งถ้าจำเป็น
คาโป้กับอูคูเลเล่
อูคูเลเล่ก็ใช้คาโป้ได้เช่นกัน แต่ควรเลือกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับคอแคบหรือรุ่นที่ปรับขนาดได้ คาโป้กีตาร์ขนาดใหญ่อาจหนักเกินไปและทำให้คอเสียบาลานซ์ หลักการคิดคอร์ดเหมือนกับกีตาร์ทุกประการ เช่น หนีบช่อง 2 แล้วจับรูป C จะได้เสียง D
ประเภทของคาโป้ที่นิยม
- แบบสปริง (Trigger) ใช้ง่าย ย้ายช่องเร็ว เหมาะกับการเล่นสด
- แบบปรับแรงหนีบได้ (Screw/Adjustable) ตั้งแรงกดได้พอดี เสียงเพี้ยนน้อย เหมาะกับการอัดเสียง
- แบบรัดผ้า/ยางยืด ราคาประหยัด น้ำหนักเบา แต่ความแน่นอาจไม่สม่ำเสมอ
สรุป
คาโป้ไม่ใช่การ "โกง" แต่เป็นเครื่องมือที่นักดนตรีมืออาชีพใช้กันทั่วโลก มันช่วยให้คุณเล่นเพลงได้มากขึ้นด้วยคอร์ดที่รู้อยู่แล้ว และร้องได้สบายขึ้นในคีย์ที่เหมาะกับเสียงตัวเอง ครั้งหน้าที่เจอคำว่า "Capo" ในหน้าคอร์ดเพลงบน Chordcafe ลองหยิบคาโป้มาหนีบตามแล้วเล่นไปพร้อมกันได้เลย
Related to คาโป้คืออะไร? วิธีใช้คาโป้เปลี่ยนคีย์ให้เล่นง่าย ร้องสบาย สำหรับกีตาร์และอูคูเลเล่
คาโป้
capo
เปลี่ยนคีย์
กีตาร์
อูคูเลเล่
มือใหม่