Blog
วิธีจูนกีตาร์และอูคูเลเล่ให้ตรงเสียง ฉบับมือใหม่ ใช้แอป จูนเนอร์ หรือจูนด้วยหูก็ได้
หลายคนที่เพิ่งหัดเล่นกีตาร์หรืออูคูเลเล่มักเจอปัญหาเดียวกัน คือจับคอร์ดถูกตามตารางทุกนิ้ว แต่พอดีดออกมาเสียงกลับฟังแปร่ง ๆ ไม่เหมือนในเพลง สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่มือของเรา แต่อยู่ที่สายยังไม่ได้จูนให้ตรงเสียง การจูนจึงเป็นทักษะแรกที่ควรฝึกให้คล่องก่อนเริ่มซ้อมทุกครั้ง บทความนี้จะพาไปรู้จักเสียงมาตรฐานของทั้งสองเครื่อง และวิธีจูนแบบต่าง ๆ ที่มือใหม่ทำตามได้ทันที
เสียงมาตรฐาน (Standard Tuning) ที่ต้องจำ
ก่อนจะจูน เราต้องรู้ก่อนว่าแต่ละสายควรเป็นโน้ตอะไร
- กีตาร์ 6 สาย: ไล่จากสายเส้นใหญ่สุด (สาย 6) ไปเส้นเล็กสุด (สาย 1) คือ E A D G B E วิธีจำง่าย ๆ คือ "Eddie Ate Dynamite, Good Bye Eddie"
- อูคูเลเล่ 4 สาย: ไล่จากสายที่อยู่ใกล้หน้าเรามากที่สุด (สาย 4) ไปสาย 1 คือ G C E A หรือจำว่า "My Dog Has Fleas" ตามจังหวะร้องของเสียงทั้งสี่
สำหรับอูคูเลเล่ส่วนใหญ่ สาย G จะเป็นแบบ "high G" คือเสียงสูงกว่าสาย C ทำให้ได้เสียงสดใสแบบเฉพาะตัว ถ้าดีดแล้วรู้สึกว่าสาย 4 เสียงสูงกว่าสาย 3 ไม่ต้องตกใจ นั่นคือเรื่องปกติ
วิธีที่ 1: ใช้จูนเนอร์แบบหนีบ (Clip-on Tuner)
จูนเนอร์แบบหนีบเป็นวิธีที่แม่นและสะดวกที่สุดสำหรับมือใหม่ ราคาไม่แพง และใช้ได้แม้อยู่ในที่เสียงดัง เพราะมันอ่านการสั่นสะเทือนจากหัวกีตาร์โดยตรง
- หนีบจูนเนอร์ไว้ที่หัวกีตาร์ แล้วเปิดเครื่อง
- ดีดสายทีละเส้นให้เสียงก้องยาว ๆ แล้วดูตัวอักษรบนจอ
- ถ้าเข็มเอียงไปทางซ้าย (flat) แปลว่าเสียงต่ำไป ให้หมุนลูกบิดเพื่อขันสายให้ตึงขึ้น ถ้าเอียงไปทางขวา (sharp) แปลว่าเสียงสูงไป ให้คลายสายลง
- หมุนจนเข็มอยู่ตรงกลางและจอเปลี่ยนเป็นสีเขียว
เคล็ดลับคือ ถ้าเสียงสูงเกินไป ให้คลายลงต่ำกว่าเป้าหมายนิดหนึ่งก่อน แล้วค่อยขันขึ้นมาหาเสียงที่ถูก วิธีนี้ช่วยให้เฟืองลูกบิดล็อกแน่นและสายไม่หย่อนกลับง่าย
วิธีที่ 2: ใช้แอปจูนบนมือถือ
ถ้ายังไม่มีจูนเนอร์ แอปจูนเครื่องดนตรีบนมือถือก็ใช้ได้ดี หลักการคล้ายกัน แต่แอปจะฟังเสียงผ่านไมโครโฟน จึงควรจูนในห้องที่เงียบ วางมือถือใกล้ช่องเสียงของกีตาร์ และเลือกโหมดให้ตรงกับเครื่องดนตรี เช่น Guitar Standard หรือ Ukulele Standard เพื่อให้แอปรู้ว่าแต่ละสายต้องเป็นโน้ตอะไร
วิธีที่ 3: จูนด้วยหูแบบเทียบเฟรต 5
วิธีนี้มีประโยชน์มากเวลาลืมพกจูนเนอร์ และยังช่วยฝึกหูไปในตัว หลักคือใช้สายหนึ่งเป็นตัวตั้ง แล้วเทียบสายถัดไปทีละคู่
- กีตาร์: กดสาย 6 เฟรต 5 จะได้เสียงเท่ากับสาย 5 ดีดเปล่า กดสาย 5 เฟรต 5 เท่ากับสาย 4 กดสาย 4 เฟรต 5 เท่ากับสาย 3 แต่สาย 3 ต้องกดเฟรต 4 จึงจะเท่ากับสาย 2 จากนั้นกลับมาใช้เฟรต 5 ของสาย 2 เทียบกับสาย 1
- อูคูเลเล่ (high G): กดสาย 3 (C) เฟรต 4 จะเท่ากับสาย 2 (E) กดสาย 2 เฟรต 5 จะเท่ากับสาย 1 (A) และกดสาย 3 เฟรต 7 จะเท่ากับสาย 4 (G)
ฟังให้ดีว่าเสียงสองเสียง "กลืนกัน" หรือไม่ ถ้ายังไม่ตรงจะได้ยินเสียงวูบวาบเป็นคลื่น ยิ่งใกล้ตรง คลื่นจะยิ่งช้าลงจนหายไป ข้อควรรู้คือวิธีนี้ทำให้เครื่องตรงกันเองเท่านั้น ถ้าจะเล่นร่วมกับคนอื่นหรือเล่นตามเพลง ยังควรเทียบสายแรกกับเสียงอ้างอิงที่ถูกต้องก่อน
ทำไมสายเพี้ยนบ่อย และวิธีป้องกัน
- สายใหม่: สายที่เพิ่งเปลี่ยนจะยืดตัวอยู่หลายวัน ให้ค่อย ๆ ดึงสายเบา ๆ แล้วจูนซ้ำหลายรอบ
- อุณหภูมิและความชื้น: เมืองไทยร้อนชื้น การย้ายกีตาร์จากห้องแอร์ออกไปข้างนอกทำให้เสียงเปลี่ยนได้ ควรจูนใหม่ทุกครั้งก่อนเล่น
- เก็บให้ถูกที่: อย่าวางกีตาร์ไว้ในรถหรือโดนแดดตรง เก็บในกระเป๋าหรือเคสเมื่อไม่ได้ใช้
- เปลี่ยนสายตามรอบ: สายเก่าที่เป็นสนิมจะจูนให้ตรงยากและเสียงทึบ ถ้าเล่นทุกวัน ควรเปลี่ยนทุก 1–3 เดือน
สรุป
การจูนสายใช้เวลาแค่หนึ่งถึงสองนาที แต่ทำให้ทุกคอร์ดที่ซ้อมฟังเพราะขึ้นทันที ลองสร้างนิสัยจูนทุกครั้งก่อนเริ่มเล่น ใช้จูนเนอร์ให้คล่อง แล้วค่อยฝึกจูนด้วยหูควบคู่ไปด้วย เมื่อเครื่องตรงเสียงแล้ว ก็เปิดคอร์ดเพลงโปรดบน Chordcafe แล้วเล่นได้อย่างมั่นใจ
Related to วิธีจูนกีตาร์และอูคูเลเล่ให้ตรงเสียง ฉบับมือใหม่ ใช้แอป จูนเนอร์ หรือจูนด้วยหูก็ได้
จูนกีตาร์
จูนอูคูเลเล่
จูนเนอร์
มือใหม่หัดเล่นกีตาร์
ตั้งสายกีตาร์